| คุณควรมีเซ็กส์มากแค่ไหน เพื่อให้สุขภาพดีตลอดไป |
![]() เดือนละครั้ง : สามารถลดอันตรายจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้ โดยนักวิจัยเข้าใจว่า เซ็กส์ช่วยทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนโดยตรง ดร.ชวาร์ทซ์ บอกว่า จากการศึกษาหลายต่อหลายครั้งบอกให้รู้ว่าโปรเจสเตอฌรนที่เพิ่มขึ้นมานั้น มีส่วนสัมพันธ์กับการลดลงของอันตรายจากมะเร็งเต้านม และยังมีอีกหลายกรณีที่บ่งบอกว่า ยิ่งมีเซ็กส์บ่อยขึ้น อันตรายจากการเป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ่งลดน้อยลง สัปดาห์ละครั้ง : ไม่เป็นหวัด ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ เพราะจาการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยวิลด์ ในเพนซิลวาเนีย ระบุว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จะมีระดับสารต้านทานโรคในร่างกายที่มากกว่าผู้ที่ไม่มีเพศสัมพันธ์เลย อีกทฤษฎีหนึ่งบอกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะการมีเซ็กส์บ่อยจะเปิดช่องโหว่ให้กับพวกแบคทีเรีย จุลินทรีย์ทั้งหลาย ร่างกายของเราจึงต้องรีบสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นโดยธรรมชาติ แต่ข้อสำคัญ การมีเซ็กส์บ่อยครั้งนี้ ไม่ได้ช่วยให้ภูมิคุ่มกันมีมาก ขึ้นไปอีก ผู้ที่มีกิจกรรมทางเพศสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้น ระดับสารต้านทานโรคกลับต่ำลง จึงทำให้รับเชื้อไวรัสต่าง ๆ เช่นหวัด ไข้หวัดใหญ่ ได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอกว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้มีเซ็กส์เลย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง : ทำให้ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง โดยในการศึกษาวิจัยครั้งหนึ่ง อาศัยชาย-หญิงชาวยุโรปและอเมริกันกว่า 3,500 คน เป็นกลุ่มเป้าหมาย นักวิทยาศาสตร์ได้สอบถามอาสาสมัครในหลายประเด็น รวมทั้งจำนวนครั้งของการมีเพศสัมพันธ์กัน ผลคือ ผู้ที่ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง 7-12 ปี ที่มา : http://www.healthcorners.com/2007/article/ReadJoke.php?id=416 |
วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553
12Journal : *sex + healthy ★
11Journal : Yoga ★
| โยคะเพื่อสุขภาพ | |
![]() | |
| การออกกำลังกายสามารถทำได้หลายวิธี และอีกหนึ่งวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมนัานก็คือ การเล่นโยคะ ซึ่งท่าอาสนะต่าง ๆ นั้นมีผลโดยตรงต่อต่อมต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ขับสารไปหล่อเลี้ยงร่างกาย รวมถึงอารมณ์ โดยการฝึกโยคะนั้นจะสามารถทำให้อารมณ์ของเราแจ่มใส มั่นคง มีสมาธิมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีผลต่อกระดูกสันหลังซึ่งเป็นศูนย์รวมของประสาท ทั้งทำให้กระดูกสันหลังโค้งอ่อนอย่างที่อยู่ในวัยเด็กได้ด้วย โดยสรุปคือ โยคะทำให้ดูอ่อนกว่าวัย และดูสวยงาม ตั้งแต่เส้นผมถึงเท้า วันนี้เราก็เลยมีตัวอย่างการทำโยคะบางท่ามาบอกกัน ซึ่งเป็นท่าที่บริหารในส่วนของใบหน้า ดวงตา ผม และลำคอ .. การบริหาร ผม ดวงตา ใบหน้า และลำคอ เราจะเห็นอวัยวะส่วนนี้ทุกวันด้วยการส่องกระจก เราทุ่มเททั้งเวลาและเงินทองดูแลเป็นอันมากด้วยเครื่องสำอางโดยหวังว่าสามารถบำรุงอวัยวะส่วนนี้ได้ แต่เราขาดการบริหารอย่างถูกวิธี เสนอการบริหารตามวิธีโยคะดังนี้ 1.การบริหารผม ผมอนุโลมเข้าเป็นพืชชนิดหนึ่ง พิสูจน์ได้จากคนตายไปแล้วแต่เล็บ เครา ก็ยังไม่ตาย จะให้ผมมีสุขภาพสมบูรณ์ก็จำเป็น ต้องบริหารโดยให้นึกว่า หนังศรีษะคือพื้นดินผมจะต้องพรวนดินอยู่เสมอ วิธีปฎิบัติ นั่ง หรือยืน ก้มหน้า กำผมทั้ง 2 มือ ดึงแรง ๆ ให้ทั่วศรีษะ 25 ครั้งเงยหน้าทุกครั้ง ทำทุกวันก่อนหวีผมตอนเช้า แรก ๆ จะรู้สึกเจ็บเพราะรากผมยังไม่แข็งแรง การที่กลัวว่าผมจะร่วงอยู่แล้วแม้จะไม่ดึง แต่ถ้าปฎิบัติทุกวันภายใน 2 สัปดาห์ ผมจะสลวยเป็นมันผมแห้งแตกปลายรังแค กระทั่งผมบางจะทุเลา เพราะหนังศรีษะจะมีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนั้น จะช่วยดึงใบหน้า คลายความเครียดได้อีกด้วย 2.การบริหารใบหน้า (ควรปฎิบัติกับกระจกเงา) ใบหน้าจะเต่งตึงก็ต้องบริหารกล้ามเนื้อข้างใน เครื่องสำอางช่วยอะไร แทบไม่ได้บางทีมีอันตราย การบริหารใบหน้ามีดังนี้ 2.1 ท่าสิงโต วิธีปฎิบัติ นั่งคุกเข่าบนเท้าทั้ง 2 ข้าง ตัวตรง กางนิ้วมือบนเข่าแอ่นตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย อ้าปากให้กว้างที่สุด มือกางเกร็งแลบลิ้นออกมาให้ยาวที่สุด อยู่ในท่านี้ 2-3 วินาที กลับพร้อมหดตัวลงผ่อนคลาย ทำท่านี้ 5-7 ครั้ง ทำที่หน้ากระจกก็ได้ ประโยชน์ ทำให้ใบหน้าและคอตึงขึ้น แก้คางสองชั้นลง และป้องกันรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เลือดฝาดขึ้น แก้ทอนซินอักเสบ เสียงดีมีกังวานเหมาะกับผู้ประกอบอาชีพทางใช้เสียงเช่น ครู อาจารย์ นักร้อง เป็นต้น 2.2 ท่าอมลม นั่งแบบท่าที่ 2.1 หรือขัดสมาธิ ทำความรู้สึกเหมือนมีน้ำในปากแล้วเราก็อมไปซ้าย-ขวา เป็นวง เวียนซ้ายอมไปขวา ขวาไปซ้าย เท่า ๆ กัน เบิ่งตา จนกระทั่งรู้สึกเมื่อยที่กระพุ้งแก้ม หากมีฟันปลอมให้ถอดออก พยายามทำท่านี้เสมอเมื่อมีโอกาสนอกจากนั้นให้ทำหน้าบดเบี้ยว ซ้าย-ขวา อ้าปากกว้าง ปากจู๋ แบบตัวตลกจนรู้สึกเมื่อยไปทั่วหน้า 2.3 ลบตีนกา ตาหวาน นั่งเหมือน ท่า 2.1 สองมือถูบนผ้าที่หน้าขาจนรู้สึกร้อนทำทีเอามือทั้ง 2 ข้างไปปิดตาซ้ายขวา กรอกตาซ้ายขวาขึ้นลงสัก 2-5 วินาที แล้วลูบแรง ๆ ไปทางหางตา ขณะปิดตาให้ผ่อนคลายประสาท ปฎิบัติ 5-7 ครั้งด้วย และหายใจลึก ๆ.
|
วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553
10Journal : Restaurant of best in Thailand ★
ห้องอาหาร : Fifty Fifth (แต่ดันอยู่ชั้น 54)
สถานที่ : โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ @ Central World
เวลา : จัดเดือนละ 1 ครั้ง เฉพาะวันอาทิตย์แรกของเดือน เวลา 11.00 - 15.00
ราคา : 3000++ Baht (3531 บาทเน็ท)
จุดประสงค์ : คืนกำไรให้ลูกค้า เนื่องจากขายราคานี้ยังคาดว่าเข้าเนื้อ เพราะคุณภาพเกินราคาไปเยอะ
ลักษณะอาหาร : รวมเชพใหญ่จากทุกห้องอาหารในโรงแรมมาไว้ที่เดียวกันทำอาหารทุกแนวให้เลือกชิมแบบไม่อั้น รวมถึงเสิร์ฟลอมบาร์ดแชมเปญ และไวน์ขาวไวน์แดงไม่มีอั้น นอกจากอาหารที่โชว์ไว้ตามไลน์อาหารแล้ว ยังสั่งทำเมนูสุดหรูสดๆจากครัวได้อีกเกือบร้อยรายการ
บรรยากาศดีสุดๆ Buffet ที่นี่ไม่ต้องเดินถือ แค่เดินไปชี้แล้วสั่ง เดี่ยวจะมาเสริฟให้ถึงโต๊ะ




















เวลา : จัดเดือนละ 1 ครั้ง เฉพาะวันอาทิตย์แรกของเดือน เวลา 11.00 - 15.00
ราคา : 3000++ Baht (3531 บาทเน็ท)
จุดประสงค์ : คืนกำไรให้ลูกค้า เนื่องจากขายราคานี้ยังคาดว่าเข้าเนื้อ เพราะคุณภาพเกินราคาไปเยอะ
ลักษณะอาหาร : รวมเชพใหญ่จากทุกห้องอาหารในโรงแรมมาไว้ที่เดียวกันทำอาหารทุกแนวให้เลือกชิมแบบไม่อั้น รวมถึงเสิร์ฟลอมบาร์ดแชมเปญ และไวน์ขาวไวน์แดงไม่มีอั้น นอกจากอาหารที่โชว์ไว้ตามไลน์อาหารแล้ว ยังสั่งทำเมนูสุดหรูสดๆจากครัวได้อีกเกือบร้อยรายการ
บรรยากาศดีสุดๆ Buffet ที่นี่ไม่ต้องเดินถือ แค่เดินไปชี้แล้วสั่ง เดี่ยวจะมาเสริฟให้ถึงโต๊ะ
รวบรวมเมนูจากไข่มาจากทุกมุมโลก เลือกได้ทุกแบบเท่าที่จะนึกออก

ฟัวกราส์แบบ Paste ทั้งสามแบบ พร้อมเครื่องเคียง ถ้าไปสั่งกินตามร้านหรูๆ ชิ้นละไม่ต่ำกว่าพัน

โซนอาหารทะเลขั้นเทพ มีปูสดๆมีให้เลือกหลายแบบ

นอกจากไข่ปลาคาเวียร์ซึ่งดูธรรมดาสำหรับที่นี่แล้ว ก็ยังมีแอนโชเวียร์ให้เลือก

สารพัดกุ้ง ทั้งแชร์บ๊วย ลายเสือ ม้ลาย จนถึง เคลย์ฟิช

พวกรุ่นใหญ่ก็มีทั้ง Rock Lobster ทั้ง Canadian Lobster และ Maine Lobster

หอยนางรมสดๆจากทุกมุมโลก ทั้ง US ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส มีหมด สั่งไปแล้วเค้าแกะมาเสริฟให้สดๆเลย

ไฮไลท์ของมื้อนี้ขอยกให้ ซาซิมิกุ้งมังกร มาแบบเป็นๆ ยังกระดุกกระดิกอยู่ แล่สดๆโดยเชฟคนญี่ปุ่นจากห้องอาหาร Ginger ของโรงแรม กินได้ไม่อั้นเหมือนกัน มีมาเพียบ

Cold cut มาเป็นขาๆเลย หมูแฮมแบบนี้รับรองไม่มีให้กินบ่อยๆ

สารพัดชีสจากทุกมุมโลก

ของหวานก็ออกมาจากครัวของเชฟใหญ่ฝ่ายเบอเกอรี่ของโรงแรม ซึ่งเป็นคนสวิส

เพราะเป็นคนสวิสนี่แหล่ะ เลยเน้น Chocolate ซะเหลือเกิน

ส่วนอันนี้ Chocolate จริงๆเลย มีให้กินไม่อั้น

อีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับคอเหล้าก็คือแชมเปญลอมบาร์ด พรีเมียมจากฝรั่งเศส เสริฟไม่อั้นตลอด 4 ชั่วโมง
ซื้อตามไวน์ผับตกขวดละไม่ต่ำกว่า 2500 ดังนั้นกินแค่ขวดเดียวก็เกือบคุ้มแล้ว

Egg Benedic แบบยุโรปแท้ๆ เสริฟมาถึงโต๊ะ
แคนาเดียน Lobster นึ่งมาสดๆ

Lobster อบชีส สั่งทำจากในครัว

Lamb Chop

Steak เนื้อ Wagyu ระดับสามเอ

ลืมกินไม่ได้เด็ดขาด ซาซิมิกุ้งมังกร

ปิดท้ายมื้อด้วยกาแฟร้อนๆแก้เมา

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.lgmobilelover.com/club/viewtopic.php?f=22&t=71666
9Journal : ครองแครงกะทิสด*
วันนี้นะค่ะ, ก็เป็นวันที่ 2 ที่ฉันกินเจ เพราะเมื่อวานวันแรกแค่ล้างท้องไปเท่านั้น ก็ต้องมีความอดทนในการไม่กินไข่ นมวัว เนื้อสัตว์
หรือว่า อาหารรสจัดมาก และอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ *หันมารับประทานผักผลไม้ อาหารสุขภาพแทน :))
พรุ่งนี้ก็เป็นวันสารทไทย กะว่าจะเข้าวัดทำบุญสักหน่อย! เลยชวนคุณยายทำขนมไทย คือ ครองแครงกะทิสด
เริ่มลงมือกันตั้งแต่เช้าเลยค่ะ :Dก็เลยเอาสูตรขนมมาฝาก เรามาดูวิธีทำที่แสนจะยุ่งยาก และไม่ง่ายเลยที่จะทำให้อร่อย
แต่ฝีมือคุณยายที่เคยเป็นแม่ครัวในวังมาก่อนก็เลยอร่อยอย่างนี้ มาลงมือเลย!
อุปกรณ์/วัตถุดิบ
1.แป้งมัน 2.น้ำสะอาด 3.งาขาวคั่ว 4.หัวกะทิ 5.เกลือป่น
ขั้นตอนการทำ
1.นำแป้งมันใส่ชามอ่าง ค่อยๆใส่น้ำลงทีละน้อย นวดแป้งให้เหนียว
2.ใส่น้ำลงไปในชามอ่างจนหมด แล้วคนให้เข้ากันดี ถ้าน้ำแห้งก็เพิ่มน้ำ พอให้แป้งละลายหมด
3.เอาแป้งที่ละลายหมดแล้วไปตั้งไฟอ่อนๆกวนไปเรื่อยๆจนแป้งจับตัวเป็นก้อน ตักแป้งใส่ชามแล้วนวดสักหน่อย
4.ปั้นแป้งให้เป็นลูกกลม ขนาด 1 ซม.ได้นะ ปั้นเป็นลูกให้หมดทีเดียวก็ดี
5.นำแป้งที่ปั้นไว้ไปกดบนส้อม โดยใช้นิ้วโป้งกดกับส้อม แล้วใช้นิ้วเขี่ยออกมาให้มีลักษณะม้วนหน่อยนะ
6.นำน้ำไปต้มจนเดือด แล้วเทแป้งที่ปั้นไว้ลงไปได้เลย พอแป้งลอยตัวให้ตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น แล้วตักออกใส่ชามไว้
7.สำหรับน้ำกะทิ จะนำหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ผสมกันในหม้อหรือกะทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟอ่อนๆ
8.พอน้ำกะทิเดือด นำแป้งที่ปั้นไว้ใส่ลงไปต้มต่อสักพัก แล้วใส่หัวกะทิอีกนิด ปิดไฟได้
พอจะทำกันได้ใช่ไหม ? แต่หน้าตาน่าทานมากจ้า -0-
วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553
8Journal : คำว่า "เจ"
เทศกาลกินเจ
คำว่า " เจ " ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายเดียวกับคำว่า อุโบสถ ดังนั้นการกินเจก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 โดยไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวัน
แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธฝ่ายมหายานที่ไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ กลายเป็นการถือศีลกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่ากินเจ ฉะนั้นความหมายก็คือคนกินเจมิใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ
แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธฝ่ายมหายานที่ไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ กลายเป็นการถือศีลกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่ากินเจ ฉะนั้นความหมายก็คือคนกินเจมิใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ
กินเจเพื่ออะไร ?
1.กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ
2.กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจและที่สำคัญมีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนเรา
3.กินเพื่อเว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งย่อมตระหนักว่าการกินซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อผู้หยั่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่าหันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น
วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553
7 Journal : we will be together 3/8 ★

@ 2 years ,,of 3/8 make everyone smile =)
M.2 ณ ห้อง 611 : ครูบัวแก้ว
M.3 ณ ห้อง 734 : ครูศิริวรรณ (ปัจจุบันเกษียณแร้วอ่าา TT"
ไม่ว่าอยุ่ที่ไหน, เราก็ถึงกันตลอด 55 5
ตอนที่เราอยู่ม.3/8มันอบอุ่นมาก, ทุกคนน่ารักมากและเป็นอะไรที่น่าจดจำมาก
ตอนนี้ม.4ต่างแยกห้องกันไป แต่ว่าใจเราก็ยังผูกพันกันเสมอ รักและคิดถึงห้องนี้ที่สุด :D

6 Journal : relax ★
relax day

ค่ะ, ก็วันนี้ก็เป็นวันว่างของฉันก็เลยเข้ามา update blog เขียนบทความใหม่
หลังจากที่ไม่ได้เข้ามาเขียนเลยตั้งแต่ปิดเทอม เลยถือโอกาสวันนี้ว่างพอดีค่ะ
1 สัปดาห์ของการหยุดพักผ่อนผ่านไปแล้วนะค่ะ :)
ทุกคนคงสบายดีและได้ไปเที่ยวหรือ อาจจะพักผ่อนอยู่บ้านกัน
วันนี้วันที่ 5 อีกไม่กี่วันก็ถึงวันประกาศผลสอบ T^T
กลัวและสังหรณ์มากเลยค๊า . จะตกหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับการสอบด้วยนะค่ะเนี่ย
ซึ่งที่สอบไปไม่มั่นใจเลย แต่ก็ OKEY ยอมรับความเป็นจริง.
รอลุ้นไปพร้อมกันนะค่ะ วันที่ 8 ตุลา นี้ อิอิ ^^
โชคดีทุกคนค่ะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

